วันอาทิตย์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

E85 ใน รถใหม่

แม้จะมาช้าไปสักนิดเมื่อมองนโยบายของรัฐบาลที่ผลักดันน้ำมันทางเลือก  E85 ตั้งแต่ปีมะโว้ แต่ด้วยสถานการณ์ราคาน้ำมันในปัจจุบัน ที่ราคาพลังงานต่างดาหน้าสูงขึ้น พลังงานทางเลือกตัวนี้ก็เริ่มกลับมากล่าวถึงมากขึ้น ทั้งคนใช้รถ ปั้ม หรือแม้กระทั่งค่ายผู้ผลิตรถยนต์ ต่างเริ่มตอบสนองอย่างชัดเจน
                ลิตรละ 21.78 ถือเป็นราคาที่ยังต่างจากพลังงานทางเลือกยอดฮิตอย่างแก๊ส LPG  หรือ  NGV  แต่ในขณะที่น้ำมัน E85 ให้ข้อเสนอที่ดีกว่าในเรื่องการไม่ต้องดัดแปลงรถยนต์ไปติดตั้งให้ยุ่งยาก เพราะรถรุ่นใหม่ หลายรุ่นพร้อมรองรับครั้นออกมาจากโรงงาน ที่เราจะพาไปดูว่า วันนี้รถรุ่นไหนบ้าง พร้อมแล้วสำหรับน้ำมัน E85 และ คุณอาจจะอยากได้มาคบหาในยุคน้ำมันแพง..
Mitsubishi Lancer EX 1.8
 
                เรียกว่าเป็นตัวชูโรงเลยก็ว่าได้สำหรับรถคันนี้ที่มีดีในด้านสมรรถนะ และในการกลับมาของรถรุ่นใหม่ มันก็ถูกเติมด้วยสมรรถนะ E85 แต่ก็น่าเสียดายเล็กๆว่ามันได้เฉพาะเครื่องรุ่น 1.8 ที่สามารถรีดกำลังได้เพียง 139 แรงม้า จากปลายเท้า แต่ก็เพียงพอสำหรับขับขี่ทั่วๆไปไม่ซิ่งมาก แถมเรือนร่างปลาฉลามยังเป็นที่ถูกใจใครหลายคน โดยเฉพาะสาวกที่ชอบ Mitsubishi Evolution

Chevrolet Capitva Minor Change
 
                 อาจจะกล่าวได้อย่างเต็มปากว่าเป็นรถอเนกประสงค์รุ่นดียวในตลาดที่มีความสามารถนี้ จากการปรับทัพล่าสุดเมื่อช่วงปีที่แล้วของค่ายรถยนต์รายนี้ ทำให้เครื่องยนต์ของ Chevrolet Captiva  ใหม่รุ่นปลากะโห้้ปรับโฉมสามารถรองรับน้ำมัน E85 ได้ด้วยกำลังสูงสุดถึง 168 แรงม้า ตอบสนองได้อย่างลงตัว
                ส่วนหนึ่งจากที่ได้ไปทดสอบด้วยตนเองในคาราวานทดสอบ พบว่า รถ Chevrolet Captiva  ที่ใช้น้ำมัน E85 ค่อนข้างตอบสนองดี เครื่องยนต์ขนาด 2.4 ไม่ทำให้ผิดหวัง ยิ่งเมื่อมองว่ามันเป็นรถอเนกประสงค์เจ้าเดียวในตลาดตอนนี้ ก็คงต้องคบคันนี้ถ้าชอบการใช้งานที่ตอบสนองได้หลากหลายแถมยังหรูด้วย แถมราคาค่าตัวก็เพียง 1.595 ล้าน ในรุ่น LTZ  ท็อปสุด
Honda Civic 2012
                มาลงตลาดไทยเป็นที่เรียบร้อย แต่ในขณะที่หมัดเด็ดของ  Honda  ครั้งนี้ก็อยู่ที่เครื่องยนต์สามารถใช้น้ำมัน  E85 ได้ ทั้งรุ่น 1.8 และ 2.0 ลิตร หลังจากที่เคยออกมาเป็นผู้นำในเรื่องน้ำมัน  E20 เมื่อช่วงหลายปีที่ผ่านมา
                การมาของ Honda Civic 2012 อาจจะเป็นที่พูดคุยกันในเรื่องของการออกแบบดีไซน์ แต่ในสมรรถนะการขับขี่จากเครื่องยนต์ทั้ง 2 รุ่น มันก็ไม่ได้ด้อยไปกว่ารถรุ่นอื่นเลย โดยเฉพาะในการทดสอบล่าสุดที่ได้ไปลองขับมารถรุ่นนี้ สามารถตอบสนองได้ดีจากการเติมE85 และที่เราต้องปรบมือให้คือเรื่องกลิ่นที่ไม่มีเลยแม้จะเค้นในความเร็วสูง แต่ถึงอย่างนั้น  Honda  ก็ออกมายอมรับว่า เมื่อใช้น้ำมัน E85 Civic 2012 จะมีอัตราประหยัดลงลงมาป้วนเปี้ยนแถว 11  กิโลเมตร / ลิตร แต่จะว่าไปก็คุ้มที่จะซื้อ
Volvo S80 DRIVe
 
                มาดูทางฝั่งรถยุโรปกันบ้างและถ้าพูดถึงรถยนต์ ที่สามารถใช้พลังงานทางเลือก E85 ความจริงต้องยกให้  Volvo  ที่เป็นตัวตั้งตัวตีเรื่องนี้มานานมากพอสมควร และล่าสุดก็เพิ่งปรับทัพส่ง  Volvo S80 Drive  ที่ให้ความสามารถในการใช้พลังงานทางเลือก E85 ได้
                แม้การกลับมาครั้งนี้ของ  Volvo S80 จะใช้เครื่องยนต์เล็กลง แต่ก็เพิ่มพลังด้วยเทอร์โบยัดเข้ามาในเครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 180 แรงม้าที่ 5,700 รอบต่อนาที  สามารถทะยาน 0-100 ก.ม./ช.ม. ใน 9.2 วินาที ส่วนราคาก็ 2.49 ล้านบาทเท่านั้น
Volvo S60 DRIVe
 
                เล็กลงมานิดแต่ยังเป็นค่ายรถยนต์สวีดิชค่ายเดิมกับ Volvo  S60 DRIVe  ที่สามารถใช้ E 85 กับคอมแพ็คคาร์สุดหรู ที่ออกมาตั้งแต่เมื่อ Motor Expo 2011 เป็นความตั้งในในการตอบสนองพลังงานทางเลือก  ซึ่งแม้จะมีเรือนร่างเล็ก แต่ก็พกสมรรถนะจากเครื่องยนตN 1.6  ลิตร 180 แรงม้า มาตอบสนองการขับขี่ พร้อมทรวดทรงที่ครองใจมาแล้วทั่วโลก ทำให้ในรุ่นนี้ก็น่าใช้ไม่หยอก ยิ่งมองราคาที่เริ่มต้น 1.89 ล้านบาท บางทีถ้าชอบรถหรูและประหยัดน่าจะลองคบหาคันนี้ดู
            แม้ว่าปัจจุบันจะมีรถยนต์รุ่นใหม่มากมายที่ออกมาตอบโจทย์ทั้งในเรื่องความประหยัดและสมรรถนะการขับขี่ แต่ที่เรามุ่งเน้นในการส่งเสริมให้ใช้พลังงานทางเลือก  e85 เพราะว่า มันยังสามารถช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมได้อีกด้วย ซึ่งจากข้อมูลเมื่อเทียบระหว่างน้ำมันปกติแล้วกับ E85 แล้ว มันสามารถช่วยลดก๊าซ CO2 ได้ถึง 850 กรัม/ลิตรเลยทีเดียว..เรียกว่าทั้งประหยัดเงินและรักษาสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน

รู้จัก E85

เมื่อวันอังคาร คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบกับข้อเสนอของ พล.ท.หญิงพูนภิรมย์ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีพลังงาน ให้ใช้นํ้ามัน "ก๊าซโซฮอล์ E 85" มาเป็นนํ้ามันหลักในการแก้ปัญหาวิกฤติราคานํ้ามันแพงในระยะยาว และมีมติให้กระทรวงพลังงาน กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงการคลัง และกระทรวงเกษตรฯ ไปทำแผนส่งเสริมและผลิตนํ้ามันก๊าซโซฮอล์อี 85 ร่วมกัน

         นํ้ามันก๊าซโซฮอล์ อี 85 คือนํ้ามันอะไร ใช้แก้ปัญหาราคานํ้ามันแพงในระยะยาวได้อย่างไร หลายคนอาจสงสัย คำตอบก็ง่ายมากครับ นํ้ามันอี 85 ก็คือ นํ้ามันที่มีส่วนผสมของ "เอธานอล" 85 เปอร์เซ็นต์ (ผลิตได้เองในเมืองไทยจากอ้อยและมันสำปะหลัง) และ ส่วนผสมของ "นํ้ามันเบนซิน" 15 เปอร์เซ็นต์
         แล้วจะช่วยประหยัดนํ้ามันได้อย่างไร

         คำตอบก็ง่ายมากอีก นํ้ามันเบนซิน 95 ราคาล่าสุดอยู่ที่ลิตรละ 39.59 บาท ตีเสียว่า ลิตรละ 40 บาท ก็แล้วกัน ส่วน ราคาเอธานอล อยู่ที่ประมาณลิตรละ 17-18 บาท ก็ตีเสียว่า ลิตรละ 20 บาท นํ้ามันอี 85 หนึ่งลิตร ประกอบด้วย เอธานอล 85 เปอร์เซ็นต์ ก็คิดเป็นเงิน ลิตรละ 17 บาท (จากราคาเอธานอลลิตรละ 20 บาท) เบนซิน 15 เปอร์เซ็นต์ ก็คิดเป็นเงิน ลิตรละ 6 บาท (จากราคาเบนซิน 95 ลิตรละ 40 บาท)

         ผสมกันออกมาเป็นนํ้ามันอี 85 ก็จะตกลิตรละ 23 บาท ถูกกว่าเบนซิน 95 ลิตรละ 16.59 บาท ถูกกว่าก๊าซโซฮอล์ 95 ลิตรละ 12.59 บาท ที่สำคัญที่สุดก็คือ นํ้ามันสูตรอี 85 จะช่วยให้ไทยลดการใช้นํ้ามันเบนซินลงถึงร้อยละ 85 ทำให้ ลดการใช้นํ้ามันดิบ ที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ถึงปีละกว่า 97,000 ล้านบาท อย่างที่ รัฐมนตรีหญิง พล.ท. หญิง พูนภิรมย์ ลิปตพัลลภ แถลง
         ในทางตรงกันข้าม น้ำมันเบนซินที่ลดลงร้อยละ 85 ต่อลิตร และใช้เอธานอล ทดแทนนั้น จะย้อนกลับมาเป็นผลผลิตของเกษตรกรไทย และโรงงานผลิตเอธานอลในเมืองไทย คิดเป็นมูลกว่า 82,000 ล้านบาทต่อปี ไปกลับประเทศไทยประหยัดเงินค่าน้ำมันได้อย่างต่ำปีละ 97,000 ล้านบาท และเพิ่มรายได้เกษตรกรและโรงงานอีกปีละ 82,000 ล้านบาท แถมยังไม่ต้องเดือดร้อนจากราคาน้ำมันแพงอีกด้วย ทีนี้น้ำมันดิบแขกโอเปกจะขึ้นไปบาร์เรลละ 150 หรือ 200 เหรียญ คนไทยก็ไม่เดือดร้อนอีกต่อไปแล้ว

         ในอนาคตถ้ารัฐบาลสามารถบังคับให้บริษัทรถยนต์ผลิตรถที่ใช้ เอธานอล 100 เปอร์เซ็นต์เหมือนประเทศบราซิลได้แล้ว เราก็แทบจะไม่ต้องนำเข้าน้ำมันดิบเลย วัตถุดิบหลัก ที่ใช้ในการผลิต เอธานอล ก็คือ "อ้อย" เมื่อวานนี้ผมเพิ่งกินข้าวคุยกับ คุณอิสระ ว่องกุศลกิจ กรรมการผู้จัดการบริษัทน้ำตาลมิตรผล ผู้ผลิตน้ำตาลรายใหญ่ของไทย และมีเครือข่ายไร่อ้อยหลายแสนไร่
         คุณอิสระ บอกผมว่า ปัจจุบันไทยผลิตอ้อยได้ปีละ 70 ล้านตัน ทำเป็นน้ำตาลให้คนไทยบริโภคในประเทศแค่ 20 ล้านตันเท่านั้น ยังมีอ้อยเหลืออีกปีละ 50 ล้านตันที่จะนำมาผลิตเป็นเอธานอลได้อย่างสบาย และทำได้ทันทีเพราะโรงงานผลิตมีอยู่แล้ว ประเทศที่ใช้เอธานอลแทนน้ำมัน 100% ในโลกวันนี้ก็มี บราซิล ซึ่งเป็นประเทศปลูกอ้อยมากที่สุดในโลก แม้แต่ สวีเดน ก็ใช้เอธานอลในรถยนต์เกือบ 100% เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม สหรัฐฯ ก็ใช้เอธานอลในรถยนต์ถึง 4-50% ถ้ารัฐบาลลดภาษีจูงใจสูงพอ ผมคิดว่า อีก 3 เดือน ค่ายรถยักษ์ใหญ่อย่าง ฟอร์ด, บีเอ็มดับเบิลยู และ วอลโว่ ก็สามารถจะนำรถที่ใช้น้ำมันอี 85 เข้ามาจำหน่ายได้ทันที อีกปีครึ่งค่อยผลิตในประเทศทุกยี่ห้อ

         งานนี้ต้องชมการตัดสินใจแก้ปัญหาที่เด็ดขาดของ รัฐมนตรีหญิง พล.ท.หญิงพูนภิรมย์ ลิปตพัลลภ เพราะ น้ำมันอี 85 ไทยเราทำได้เองทันทีวันนี้พรุ่งนี้ และมีการพิสูจน์แล้วว่าแก้ปัญหาน้ำมันแพงในระยะยาวได้จริง

ข้อมูลจาก